ขอชื่นชมยินดีกับผู้เผยแพร่ผลงานวิจัย ฉวีวรรณ ดียิ่ง, ฉายวสันต์ คุณอุดม, วันวิสาข์ ศิริวาท, รัชนี พจนา, ปัทมา ทองไพบูลย์ มุกดา คงแสง

 

ขอชื่นชมยินดีกับผู้เผยแพร่ผลงานวิจัย
การพัฒนารูปแบบการจัดการความปวด ของผู้คลอดในระยะที่หนึ่งของการคลอด
ฉวีวรรณ ดียิ่ง, ฉายวสันต์ คุณอุดม, วันวิสาข์ ศิริวาท, รัชนี พจนา, ปัทมา ทองไพบูลย์ มุกดา คงแสง
Abstract

การวิจัยเชิงปฏิบัติการนี้
วันวิสาข์ ศิริวาท
มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนารูปแบบการจัดการความปวดของผู้คลอดในระยะที่หนึ่งของการ
คลอด โดยมีขั้นตอนการศึกษาตามแนวคิดของ Kemmis &Mc Taggart ประกอบด้วย 4 ขั้นตอน อย่างต่อเนื่อง ดังนี้ 1) วางแผน 2) ปฏิบัติการ 3) สังเกตและรวบรวมข้อมูล 4) ติดตามและประเมินผลการปฏิบัติงาน ดําเนินการพัฒนา อย่างต่อเนื่อง 2 วงจร ผู้เข้าร่วมวิจัยเป็นพยาบาลวิชาชีพที่ปฏิบัติการในแผนกห้องคลอด จํานวน 14 คน และหญิง ตั้งครรภ์ที่มีอายุครรภ์ 37 สัปดาห์ขึ้นไปที่มาฝากครรภ์และวางแผนการคลอดทางช่อง คลอดที่แผนกฝากครรภ์และมา คลอดที่โรงพยาบาลขอนแก่น จํานวน 260 คน ในระหว่างเดือนกุมภาพันธ์ ถึงตุลาคม พ.ศ. 2562 เครื่องมือที่ใช้ในการ วิจัยประกอบด้วย 1) แบบประเมินการเผชิญความเจ็บปวดและการจัดการความ ปวดของผู้คลอด 2) แบบสอบถามความ พึงพอใจของพยาบาลวิชาชีพ และ 3) แบบสอบถามความพึงพอใจของ ผู้คลอดที่เข้าร่วมโครงการ ตรวจสอบความตรง เชิงเนื้อหาจากผู้เชี่ยวชาญ จํานวน 5 ท่าน หลังจากนั้น พยาบาลได้นําเครื่องมือไปเก็บข้อมูลทําการศึกษา และประเมินผล การศึกษา โดยประเมินการเผชิญความเจ็บปวดและการจัดการ ความปวด ในระยะที่ 1 ของการคลอด และความพึงพอใจ ของผู้คลอดเมื่อครบ 2 ชั่วโมงหลังคลอด วิเคราะห์ข้อมูล ด้วยการใช้สถิติเชิงพรรณนา
ผลการศึกษา รูปแบบการจัดการความปวดของผู้คลอดในระยะที่หนึ่งของการคลอด ประกอบด้วย 1) การสอน และฝึกปฏิบัติในการจัดการความปวดของหญิงตั้งครรภ์อายุครรภ์ 37 สัปดาห์ขึ้นไปที่งานฝากครรภ์ 2) การปฏิบัติการ พยาบาลของพยาบาลห้องคลอดและการปฏิบัติตัวของผู้คลอดในจัดการความปวดเมื่อเข้าสู่ระยะ ที่ 1 ของการคลอด ผู้ คลอดที่เข้าร่วมโครงการสามารถเผชิญความปวดได้อย่างเหมาะสม (ร้อยละ 97.3) และผู้คลอดมีความพึงพอใจต่อ รูปแบบการจัดการความปวดในระดับมากที่สุด (ร้อยละ 95) นอกจากนี้พยาบาล ที่เข้าร่วมวิจัยสามารถปฏิบัติกิจกรรม การพยาบาลตามรูปแบบที่พัฒนาขึ้นร้อยละ 100 และมีความพึงพอใจ ต่อการนํารูปแบบที่พัฒนาไปใช้ ดังนี้ 1) ทําให้มี ปฏิสัมพันธ์กับผู้คลอดได้ดี (ร้อยละ 95.7) 2) มีประโยชน์ต่อ ผู้คลอด (ร้อยละ 95.7) 3) มีความง่ายและสะดวกต่อการ นําไปปฏิบัติ (ร้อยละ 91.4) พยาบาลที่ปฏิบัติงาน ในห้องคลอดพึงพอใจในการใช้รูปแบบการจัดการความปวดของผู้ คลอด รูปแบบการจัดการความปวดนี้สามารถ ลดระยะเวลาการคลอดที่ยาวนานได้ และสามารถนําไปประยุกต์ใช้ใน โรงพยาบาลอื่นๆ ทีมีบริบทใกล้เคียงกัน
ฐานข้อมูลที่ตีพิมพ์
วารสารพยาบาลศาสตร์และสุขภาพ ปีที่ 44 ฉบับที่ 2 (เมษายน-มิถุนายน) 2564 (TCI 1)